หน้าเว็บ

วันพุธที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

หลักสูตรใหม่ 51

ห่างจากการบันทึกไปนาน กลับมาบันทึกใหม่อีกครั้ง คงต้องเอาเรื่องที่ใหม่ล่าสุดของวันนี้มาวิจารณ์ คือเรื่องที่สำนักงาน กศน. ได้ปรับปรุงหลักสูตรสำหรับ การศึกษานอกระบบใหม่

สรุปผลการอบรมวิทยากรแกนนำ การใช้หลักสูตรการศึกษานอกระบบ ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 วันที่ 15-19 กุมภาพันธ์ 2553ณ โรงแรมสองพันบุรี จังหวัดสุพรรณบุรี

ผู้เข้าร่วมประชุม จำนวนทั้งสิ้นประมาณ 260 คน ประกอบด้วย 1 วิทยากรแกนนำ ซึ่งกลุ่มศูนย์จำนวน 21 กลุ่มศูนย์ ได้คัดเลือกมาเป็นผู้แทนกลุ่มศูนย์ละ 10 คน 2 ผู้แทนจากสถาบัน กศน. ภาค ทั้ง 5 ภาค 3 ผู้แทนหน่วยงานต่างๆ จากส่วนกลาง สรุปผลการประชุม สรุปผลการประชุมแต่ละเนื้อหา ดังนี้
  1. ปรัชญา คิดเป็น วิทยากร ดร.ทองอยู่ แก้วไทรฮะสรุปสาระสำคัญ กระบวนการฝึกอบรม นำเสนอด้วยกรณีตัวอย่าง 4 กรณี ซึ่งนำเสนอ Concept หลักของปรัชญาคิดเป็นทีละขั้นตอน จนครบทั้ง 4 กรณี แล้ววิทยากรสรุปเชื่อมโยงเข้าสู่ หลักสูตร 51 ในช่วงเวลาที่ผ่านมา ปรัชญาคิดเป็นได้เลือนหายไปจาก กศน. เป็นโอกาสดี ที่จะช่วยกันรื้อฟื้นปรัชญาคิดเป็นเข้ามาในหลักสูตรใหม่นี้ เพราะเป็นหลักการที่สำคัญที่แตกต่างไปจากการศึกษาในระบบโรงเรียน โดยจะต้องนำเอาปรัชญาคิดเป็นเข้ามาใช้ในกระบวนการเรียนการสอนทุกขั้นตอนและตลอดเวลา
  2. หลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช2551วิทยากร นางพรทิพย์ กล้ารบเนื้อหา 1 นโยบายและจุดเน้นการดำเนินงาน กศน. ปี 2553 2 หลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551สรุปสาระสำคัญ 1 บรรยายสรุปเกี่ยวกับ นโยบายและจุดเน้นการดำเนินงาน กศน. ปี 2553 ซึ่งประกอบด้วยนโยบายเร่งด่วน และ จุดเน้นการดำเนินงาน 2 สรุปสาระสำคัญของ หลักสูตร การศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 และนำเสนอประเด็นที่ได้ปรับปรุงซึ่งแตกต่างไปจากการดำเนินการนำร่องใน 10 จังหวัด เช่น วิธีเรียน จาก 7 วิธี เหลือเพียงวิธีเดียว คือ วิธีเรียนแบบ กศน. 3 ที่ปรึกษาได้แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับหลักการของหลักสูตร ดังนี้3.1 โครงสร้างของหลักสูตรมีความยืดหยุ่น อย่างไร และเมื่อนำหลักสูตรไปใช้ มีความยืดหยุ่นหรือไม่ อย่างไร3.2 สนับสนุนให้มีการเทียบโอน ได้ดำเนินการตามหลักการนี้หรือไม่ อย่างไร 3.3 ส่งเสริมให้พัฒนาและเรียนรู้อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต อย่างไร เพราะผู้เรียนบางคนอาจจะมาเรียนเพียง 1-2 ภาคเรียนก็จบหลักสูตรแล้ว3.4 ส่งเสริมให้ภาคีเครือข่ายมีส่วนร่วม ได้ดำเนินการให้เข้ามามีส่วนร่วมหรือไม่ เข้ามามีส่วนร่วมอย่างไร
  3. สาระและมาตรฐานการเรียนรู้ วิทยากร นางดุษฎี ศรีวัฒนาโรทัย เนื้อหา สาระและมาตรฐานการเรียนรู้ ทั้ง 5 สาระสรุปสาระสำคัญ 1 หลักสูตร กศน. 51 ได้ปรับสาระการเรียนรู้ จาก 8 สาระ ในหลักสูตร กศน. 44 มาเหลือเพียง 5 สาระ ซึ่งมีเนื้อหาที่สอดคล้องกับแนวคิดและหลักการของการศึกษานอกระบบมากยิ่งขึ้น และได้มีการปรับปรุงรายวิชาให้มีความเหมาะสมจากการทดลองนำร่อง เช่น สาระทักษะการเรียนรู้ จากเดิมแยกเป็น 5 รายวิชา นำมารวมเหลือเพียง 1 รายวิชา แต่ยังมีเนื้อหา 5 เรื่อง เหมือนเดิม 2 เนื้อหาสาระที่จัดให้เรียน จะเริ่มจาก ทักษะการเรียนรู้ ซึ่งเป็นส่วนสำคัญ ในการสร้างเครื่องมือในการแสวงหาความรู้ รู้จัก และมีทักษะในการแสวงหาความรู้ ส่วนอีก 3 สาระ จะเน้นให้เกิดทักษะในการนำไปใช้ในชีวิตประจำวันเพื่อให้มีชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างเป็นสุข ส่วนผู้ที่ต้องการจะศึกษาต่อ ก็จะมีสาระทักษะพื้นฐาน เพื่อเรียนรู้รายวิชาพื้นฐานที่จำเป็นต่อการศึกษาต่อ เช่น วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ เป็นต้น ดังนั้น การลงทะเบียนเรียนควรเริ่มจากสาระทักษะการเรียนรู้ 3 การจัดการเรียนรู้จะจัดให้มีการเรียนรู้เป็นรายวิชา โดยแบ่งออกเป็นรายวิชาบังคับ และรายวิชาเลือกที่สามารถจัดได้ตามสภาพของท้องถิ่นและความต้องการของผู้เรียน ในส่วนของวิชาเลือกสถานศึกษาจะต้องพัฒนาขึ้นมาเองและบรรจุไว้ในหลักสูตรสถานศึกษา โดยสามารถนำเอาหลักสูตรที่มีอยู่ที่กลุ่มพัฒนาการศึกษานอกโรงเรียนมาใช้ได้ ซึ่งปัจจุบันมีอยู่ประมาณ 273 รายวิชา4 บางรายวิชามีลำดับการเรียนรู้ จะต้องลงทะเบียนรายวิชาแรกก่อน เช่นในกลุ่มสาระอาชีพ จะต้องเริ่มจากรายวิชา ช่องทางเข้าสู่อาชีพ ต่อด้วยรายวิชาเข้าสูอาชีพ และรายวิชา พัฒนาอาชีพ แต่สามารถลงทะเบียนเรียนพร้อมกันในภาคเรียนเดียวกันได้5 ครูทุกคนจะต้องแม่นยำเกี่ยวกับสาระและมาตรฐานการเรียนรู้ และต้องแยกแยะให้ออกว่า แต่ละสาระนั้น มี Concept หลักคืออะไร และ Concept หลักของแต่ละระดับมีความแตกต่างกันอย่างไร เช่น สาระสังคมศึกษา ระดับประถม จะเน้นเรื่องเกี่ยวกับประเทศไทย ม.ต้น เน้นที่ประเทศในเอเซีย ส่วน ม. ปลาย ประเทศที่สำคัญในโลก เป็นต้น 5 ที่ปรึกษา ได้เสนอความคิดเห็น ดังนี้ ช่วง 10 ปีที่ผ่านมา เราผิดหวังกับหลักสูตรที่ถูกบังคับให้ใช้หลักสูตรเด็ก แต่หลักสูตรนี้ ได้กลับมาให้เห็นตัวตนของ กศน. อีกครั้ง ถึงแม้ว่าจะไม่เต็มร้อย โดยมีประเด็นที่สำคัญ ดังนี้ 5.1 เน้นให้เห็นว่า คนเรามีความแตกต่างกัน ดังนั้น จึงต้องกำหนดให้มีหลักสูตรสถานศึกษาขึ้น ซึ่งแต่ละสถานศึกษาจะมีหลักสูตรแตกต่างกัน คือหลักสูตรในรายวิชาเลือก5.2 กลุ่มเป้าหมายอยู่ในวัยทำงาน วิชาที่เรียนรู้จึงมี 5 สาระเท่านั้นและเป็นสาระเพื่อพัฒนาความรู้เพียง 1 สาระเท่านั้น คือ สาระทักษะพื้นฐานส่วนอีก 4 สาระ เป็นสาระเพื่อพัฒนาคน เพื่อให้สามารถนำไปดำเนินชีวิตได้อย่างเป็นสุข ที่ผ่านมา ความรู้ก็ไม่ค่อยได้ ทักษะชีวิตก็ไม่ดี เพราะไม่ค่อยให้ความสำคัญกันเท่าไร5.3 หัวใจที่สำคัญของหลักสูตรนี้คือ ทำให้คนเป็นคนโดยสมบูรณ์ ไม่ได้เน้นที่วิชาความรู้ แต่เน้นที่วิชาการแสวงหาความรู้ แล้วนำความรู้ที่แสวงหามา ไปพัฒนาชีวิต ดังนั้น จึงต้องมีกิจกรรม กพช. และเป็นกิจกรรมที่เทียบโอนไม่ได้ เพราะชีวิตต้องมีการพัฒนาอยู่โดยตลอด5.4 ตัวตนของ กศน. คือ คุณภาพ ไม่ใช่ความรู้ ดังนั้น ควรเน้นคุณภาพ 4 สาระ หลักสูตรนี้เป็นหลักสูตรการพัฒนาคน ไม่ใช่พัฒนาความรู้ จึงต้องมีการประเมินระหว่างเรียน ซึ่งมีการประเมินคุณธรรมด้วย
  4. กิจกรรม กพช. วิทยากร นางพรทิพย์ เข็มทอง เนื้อหา แนวคิด หลักการ และวิธีการจัดกิจกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตสรุปสาระสำคัญ 1 กิจกรรม กพช. เป็น 1 ในเกณฑ์การจบหลักสูตร ที่ทุกคนจะต้องทำกิจกรรม กพช. เป็นเวลาอย่างน้อย 100 ชั่วโมง และไม่สามารถเทียบโอนได้ โดยสถานศึกษาจะต้องจัดให้มีการลงทะเบียนกิจกรรมกพช. ในภาคเรียนแรก 2 กิจกรรม กพช. เปรียบเหมือนการรวมความรู้ทั้งหมดที่เรียนมาสู่กระบวนการฝึกทักษะเพื่อนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน ดังนั้น ต้องคำนึงถึงกิจกรรมที่ปฏิบัติที่ต้องประกอบด้วย 2 ส่วน คือ ความรู้พื้นฐาน เป็นกิจกรรมการเรียนรู้ และ กิจกรรมโครงการที่ผู้เรียนจะต้องปฏิบัติตามโครงการที่นำเสนอ ดังนั้นกิจกรรม กพช. จึงไม่ใช้มาร่วมการเดินขบวน ก็นับเป็นกิจกรรม กพช. หรือซื้อของบริจาค ก็ผ่านการประเมินกิจกรรม กพช.
  5. การจัดการเรียนรู้ วิทยากร นางกนกพรรณ สุวรรณพิทักษ์ เนื้อหา การจัดการเรียนรู้ตามหลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานพุทธศักราช 2551สรุปสาระสำคัญ 1 การจัดการเรียนรู้ ต้องยึดหลักการที่ สำคัญ 3 ประการ คือประการที่ 1 ปรัชญาคิดเป็นประการที่ 2 ผู้เรียนเป็นสำคัญประการที่ 3 จิตวิทยา 2 ปรัชญาคิดเป็น มีรายวิชาคิดเป็นให้นักศึกษาได้เรียนทั้ง 3 ระดับ แต่การเรียนการสอน สามารถเอาคิดเป็นเข้ามาเป็นกระบวนการในการจัดการเรียนรู้ได้ทุกรายวิชา เช่นการนำเอาสถานการณ์ปัจจุบัน ปัญหาที่เกิดขึ้นมาเป็นประเด็นเข้าสู่กระบวนการเรียนการสอนตามหลักปรัชญา คิดเป็น 3 ผู้เรียนเป็นสำคัญ มีหลักการที่สำคัญคือ• สอดคล้องกับการดำเนินชีวิตของผู้เรียน• เหมาะสมกับความสามารถ ความถนัดของผู้เรียน• ผู้เรียนมีส่วนร่วม• ปฏิบัติจริงทุกขั้นตอน4 จิตวิทยาการเรียนรู้ เน้นเรื่อง How Adults Learn: Six Factors คือ• Respect แสดงความนับถือในประสบการณ์และความรู้ของผู้ใหญ่• Immediacy เรื่องที่เรียนต้องเป็นประโยชน์ นำไปใช้ได้ทันที• Relevance เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวัน• Safety ต้องรู้สึกปลอดภัย ท้าทาย• Engagement ต้องรู้สึกมีส่วนร่วม ได้ลงมือทำ• Inclusion ต้องรู้สึกว่าเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่ม 5 ประเด็นที่เปลี่ยนแปลง การจัดการเรียนรู้มีวิธีดียวคือ วิธีเรียนแบบ กศน. ซึ่งจัดได้หลายรูปแบบ
  6. สื่อการเรียนรู้ วิทยากร นายวิวัฒน์ไชย จันทน์สุคนธ์ เนื้อหา แนวทางการผลิตหนังสือเรียนตามหลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551สรุปสาระสำคัญ 1 แบบเรียน กศน. จะดำเนินการให้แล้วเสร็จในเดือน มีนาคม 2553 และมีส่วนหนึ่งที่จัดทำเนื้อหาเสร็จแล้ว สามารถ Download สื่อได้ที่ http://www.nfe.go.th/0405/ เมื่อดำเนินการเสร็จแล้ว จะบันทึกลงแผ่น CD-ROM ส่งให้สถานศึกษา 2 ให้สำนักงาน กศน. ทุกแห่งใช้สื่อที่ผลิตโดยสำนักงาน กศน. เท่านั้น ส่วนสื่อของสำนักพิมพือื่นๆ จะใช้ได้ ก็ต่อเมื่อผ่านการตรวจสอบจากสำนักงาน กศน. 3 แบบเรียนที่ใช้ ถ้าเป็นของหลักสูตรนำร่อง จะมี 52 รายวิชา และจะประกาศใช้ทั่วประเทศในภาคเรียน 1/53 จะปรับเหลือ 42 รายวิชา 4 ต้องเข้าใจให้ตรงกันว่า สื่อ (แบบเรียน) ที่จัดให้นี้ เป็นเพียงเล็กน้อยที่จัดให้เท่านั้น เพราะยังมีความรู้อีกมากมายที่ผู้เรียนสามารถแสวงหาได้จากแหล่งเรียนรู้ต่างๆ มากมาย ถ้าไม่เข้าใจตรงนี้ ก็จะยึดแบบเรียนเป็นหลัก ซึ่งไม่สอดคล้องกับการเรียนรู้ในสาระทักษะการเรียนรู้ ที่มุ่งให้ผู้เรียนมีทักษะในการแสวงหาความรู้
  7. การเทียบโอนผลการเรียน วิทยากร นางศุทธินี งามเขตต์ เนื้อหา การเทียบโอนผลการเรียน ตามหลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551สรุปสาระสำคัญ หลักการ หลักเกณฑ์ และวิธีการเทียบโอนผลการเรียน ตามหลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 25511. ความจำเป็น หลักการ เกณฑ์2. การเทียบโอนจากหลักสูตรการศึกษาที่จัดเป็นระดับ3. การเทียบโอนจากการศึกษาต่อเนื่อง4. การเทียบโอนจากหลักสูตรต่างประเทศ5. การเทียบโอนจากความรู้และประสบการณ์ของกลุ่ม เป้าหมายเฉพาะ6. การเทียบโอนจากการประเมินความรู้และประสบการณ์
  8. การวัดและประเมินผล วิทยากร นางสาวสมถวิล ศรีจันทร์วิโรจน์ เนื้อหา การวัดและประเมินผลหลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับกรศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 สรุปสาระสำคัญ 1 การวัดและประเมินผลตาม หลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 มีดังนี้ 1) การวัดและประเมินผลการเรียน ทำการประเมินผลการเรียนเป็นรายวิชา โดยกำหนดสัดส่วนคะแนนระหว่างเรียนต่อปลายภาคเรียน 60:40 โดยมีเกณฑ์การติดสินผลการเรียน 8 ระดับ คือ • ดีเยี่ยม • ดีมาก • ดี • ค่อนข้างดี • ปานกลาง • พอใช้ • ผ่านเกณฑ์ขั้นต่ำที่กำหนด และ • ต่ำกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำที่กำหนด 2) การประเมินคุณธรรม เกณฑ์การประเมิน มี 4 ระดับ คือ • ดีมาก • ดี • พอใช้ • ปรับปรุง แต่ถ้าใครได้รับผลการประเมินในเกณฑ์ประปรุง จะต้องปรับปรุงตนเองในภาคเรียนต่อไป เพื่อให้ได้รับเกณฑ์การประเมินอย่างต่ำในระดับ พอใช้ 3) การประเมินกิจกรรม กพช. (กล่าวถึงในหัวข้อกิจกรรม กพช.) 4) การประเมินคุณภาพการศึกษานอกระบบระดับชาติ (National Test : NT) สถานศึกษาต้องจัดให้นักศึกษาเข้ารับการประเมิน NT ในภาคเรียนสุดท้ายของทุกระดับ แต่ผลการประเมินจะไม่มีผลตต่อการได้ หรือ ตกของนักศึกษา 2 ที่ปรึกษา (ดร.ทองอยู่แก้วไทรฮะ) ได้แสดงความคิดเห็นว่า การประเมินคุณธรรม เป็นการประเมินที่ กศน. ต้องเน้นเรื่องนี้ หรือชูประเด็นในเรื่องนี้ เพราะ นักศึกษา กศน. มักจะไม่ค่อยเก่งในวิชาพื้นฐาน (คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ฯลฯ ) เหมือนเด็กในระบบ เพราะเราเน้นวิชาพัฒนาคน ดังนั้น เรื่องการประเมินคุณธรรมจึงเป็นเรื่องสำคัญ แต่เรามักจะละเลยในเรื่องนี้ และไม่ค่อยให้ความสำคัญ เราจะทำอย่างไรให้เรื่องคุณธรรมเป็นจุดเด่นของ กศน. และมีคำถามต่อไปว่า ในแต่ละสาระวิชา มีการสอดแทรกเรื่องคุณธรรม จริยธรรมไว้ตรงไหน หรือไม่ แบบประเมินคุณธรรมจึงมี 2 แบบ คือ แบบที่ 1 เป็นการประเมินคุณธรรมแต่ละภาคเรียน ถ้าใครประเมินไม่ผ่าน (ได้ผลการประเมินเป็นปรับปรุง) จะต้องดำเนินการแก้ไขในภาคเรียนต่อไป ส่วนแบบประเมินคุณธรรมแบบที่ 2 เป็นแบบประเมินสุดท้ายก่อนจบแต่ละระดับ จะต้องไม่มีผลการประเมินว่าปรับปรุง 3 การแนะแนว ผู้แนะแนวคือ ผู้บริหาร เจ้าหน้าที ครู เป็นผู้ทำหน้ที่แนะแนว วิธีดำเนินการ ผู้บริหาร ครู เจ้าหน้าที่ ร่วมกันประชุมกรอบการแนะแนว และจัดทำคู่มือแนะแนว 4 การลงทะเบียนเรียน ระดับประถมศึกษา ลงทะเบียนเรียนไม่เกินภาคเรียนละ 14 หน่วยกิต ระดับ ม. ต้น ลงทะเบียนเรียนไม่เกินภาคเรียนละ 16 หน่วยกิต ระดับ ม. ปลาย ลงทะเบียนเรียนไม่เกินภาคเรียนละ 20 หน่วยกิต การลงทะเบียนเรียนในแต่ละภาคเรียน จะลงวิชาบังคับทั้งหมดในภาคเรียนนั้นก็ได้ หรือจะลงทั้งบังคับหรือเลือกด้วยก็ได้ แล้วแต่สถานศึกษากำหนด
  9. 10 การบริหารการดำเนินงานหลักสูตรวิทยากร นางสาวผณินทร์ แซ่อึ้ง เนื้อหา การบริหารการดำเนินงานตามหลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 สรุปสาระสำคัญ วิทยากรได้สรุปสาระสำคัญของการบริหารการดำเนินงาน ในหัวข้อต่างๆ ทั้ง 4 หัวข้อ ซึ่งมีรายละเอียดค่อนข้างมาก อยู่ในเอกสาร ซึ่งหัวข้อที่สำคัญทั้ง 4 หัวข้อมีดังนี้1 การบริหารงานธุรการ 2 การบริหารงานทะเบียนและตรวจสอบวุฒิการศึกษา 3 การบริหารงานบุคลากร4 การบริหารการเงินและงบประมาณ
  10. 11 โปรแกรมทะเบียนนักศึกษาวิทยากร นายกษิพัฒ ภูลังกาเนื้อหา โปรแกรมทะเบียนนักศึกษา ITW51สรุปสาระสำคัญ 1 ปัจจุบัน โปรแกรมทะเบียนนักศึกษาตามหลักสูตรใหม่ ได้ดำเนินการเสร็จแล้ว ทางผู้จัดทำได้ส่งโปรแกรมมาให้ทดลองใช้แล้ว คาดว่า อีก 1 สัปดาห์ จะให้คณะวิทยากรแกนนำด้าน ICT นำไปทดลองใช้ เพื่อตรวจสอบความสมบูรณ์ของโปรแกรม 2 เนื่องจากมีข้อกำหนดของกระทรวงศึกษาธิการ เกี่ยวกับการใช้ข้อมูลเกี่ยวกับการศึกษาซึ่งจะต้องรายงานข้อมูลให้หน่วยงานต่างๆ รวมทั้งเชื่อมโยงกับระบบฐานข้อมูลของรัฐบาล (GIN: Government Information Network) ทำให้ข้อมูลที่จะต้องบันทึกมีเพิ่มขึ้นเป็นอย่างมาก และจะต้องมีการปรับโปรแกรม ITW51 ให้สอดคล้องกับฐานข้อมูลดังกล่าว 2 ปัจจุบัน กศน. มี ฐานข้อมูลที่ใช้งานอยู่หลายฐานข้อมูลทั้งเก่าและใหม่ เฉพาะในส่วนที่ต้องพัฒนาขึ้นมารองรับหลักสูตร 51 มี 5 ข้อมูล คือ• ฐานข้อมูลทะเบียนนักศึกษา 51 หรือโปรแกรม ITW51 เพื่อใช้สำหรับนักศึกษาที่ขึ้นทะเบียนเป็นนักศึกษาตามหลักสูตร การศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551• ฐานข้อมูลรายวิชาเลือก เพื่อให้สถานศึกษาที่เปิดหลักสูตรวิชาเลือกได้บันทึกข้อมูลวิชาเลือกที่เปิดสอนของแต่ละสถานศึกษา เพื่อไม่ให้รายวิชาเลือกทั่วประเทศซ้ำซ้อนกัน• ฐานข้อมูลผู้จบหลักสูตร (NFEGDM) เพื่อรายงานผลผู้จบหลักสูตรของแต่ละสถานศึกษา• ฐานข้อมูลรายงานผลการเรียนนักศึกษา (รายงาน GPA) เพื่อรายงานคะแนน GPA ของนักศึกษา สำหรับข้อมูลสอบเข้ามหาวิทยาลัย• ฐานข้อมูลนักศึกษา เพื่อการตรวจสอบและเชื่อมโยงกับกระทรวงมหาดไทย เพื่อเป็นการป้องกันความซ้ำซ้อนของนักศึกษา และพิสูจน์ตัวตนมีนักศึกษาคนนั้นจริงหรือไม่3 การใช้งาน ITW51 มีข้อควรระวังดังนี้• กำหนดสิทธิ ผู้เข้าถึงข้อมูล ใช้ชัดเจน ว่า จะให้ใครทำอะไรได้บ้าง ไม่ควรกำหนดให้ทุกคนเป็น Admin • การบันทึกข้อมูล ควรให้เฉพาะผู้ที่ได้รับการแต่งตั้งให้ทำหน้าที่บันทึกเท่านั้น เพราะที่ผ่านมาพบว่า บางแห่ง มีการบันทึกพร้อมๆ กันหลายๆ เครื่อง • ควรมีการสำรองข้อมูลไว้ตลอดเวลา ป้องกันข้อผิดพลาดที่อาจจะเกิดขึ้น เช่น ไฟฟ้าดับ และเครื่องคอพิวเตอร์ ควรมีเครื่องสำรองไฟ (UPS) เพื่อป้องกันปัญหาเนื่องจากกระแสไฟฟ้า 12 แนวทางการจัดทำข้อสอบวิทยากร นางพรรณธิพา ชินชัชวาลเนื้อหา การจัดทำข้อสอบ หลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551สรุปสาระสำคัญ การจัดทำข้อสอบ ตามหลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 มีดังนี้ 1 ข้อสอบปลายภาคเรียน เป็นข้อสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เป็นข้อสอบปรนัย เลือกตอบ สถานศึกษามอบหมายผู้ออกข้อสอบปลายภาคเรียน แล้วจัดส่งให้สำนักงาน กศน.ดำเนินการคัดเลือกและปรับแก้ไข แล้วให้สถาบัน กศน. ภาค เป็นผู้จัดทำข้อสอบ ส่วนวิชาเลือก สนง.กศน. จังหวัดหวัดเป็นผู้จัดทำ 2 ข้อสอบ NT จัดทำโดย กลุ่มพัฒนาการศึกษานอกโรงเรียน ร่วมกับสำนักงานทดสอบ (สทส) เป็นผู้จัดทำข้อสอบ โดยทำการทดสอบสำหรับผู้ที่เรียนในภาคเรียนสุดท้ายของแต่ละระดับ 3 ข้อสอบ N NET สำนักงานทดสอบทางการศึกษา ร่วมกับกลุ่มพัฒนาการศึกษานอกโรงเรียนเป็นผู้จัดทำข้อสอบ เพื่อใช้ทดสอบปลายภาคสำหรับนักศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลายทุกภาคเรียน
  11. 13 แบ่งกลุ่มเรียนรู้และฝึกปฎบัติ ได้แบ่งกลุ่มวิทยากรแกนนำออกเป็น 5 กลุ่ม คือกลุ่มที่ 1 การจัดหน่วยการเรียนรู้แบบบูรณาการกลุ่มที่ 2 การพัฒนาหลักสูตรรายวิชาเลือก กลุ่มที่ 3 การเทียบโอนผลการเรียนกลุ่มที่ 4 การจัดการเรียนรู้กลุ่มที่ 5 แนวทางการจัดทำข้อสอบ / การบริหารการดำเนินงานหลักสูตร / กพช. / การวัดและประเมินผลวิทยากรแกนนำแต่ละกลุ่ม ประกอบด้วยผู้แทนของแต่ละกลุ่มศูนย์ จำนวนกลุ่มศูนย์ละ 2 คน ดังนั้นแต่ละกลุ่มจะมีวิทยากรแกนนำ จำนวนประมาณ 42 คน ได้เข้าพบกลุ่มเพื่อเรียนรู้ และฝึกทักษะ แล้วนำมาเสนอต่อที่ประชุมใหญ่
  12. 14 e-Training หลักสูตรการพัฒนาครู กศน.การใช้หลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 วิทยากร นายศรีเชาวน์ วิหคโตเนื้อหา การอบรมทางไกล e-Training เพื่อสนับสนุนการอบรมครู กศน. ในการใช้หลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 สรุปสาระสำคัญ 1 สถาบัน กศน. ภาค ทั้ง 5 ภาค ได้ร่วมกันผลิตสื่อการเรียนรู้ และเปิดการอบรมทางไกลผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ในหลักสูตร “หลักสูตรการพัฒนาครู กศน.การใช้หลักสูตรการศึกษานอกระบบ ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551” โดยจะเปิดการใช้งานในวันที่ 1 มีนาคม 2553 หรือบางภาคอาจจะเปิดการอบรมตามความพร้อมและนโยบายของแต่ละภาค หลักสูตรที่เปิดอบรม พัฒนาโดยสถาบัน กศน. ภาคเหนือ ซึ่งมีเนื้อหาที่วิเคราะห์จากสภาพปัญหาที่ดำเนินการใช้หลักสูตรในจังหวัดนำร่อง 2 นอกจาการบอรมครู กศน. แล้ว สถาบัน กศน. ภาคทั้ง 5 ภาค ยังได้วางแผนเปิดการเรียนทางไกล ตามหลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน โดยจัดทำเนื้อหาทั้งสิ้น 9 รายวิชา ที่คาดว่า จะเปิดลงทะเบียนในภาคเรียนที่ 1/53 โดยดำเนินการพัฒนาบทเรียนให้พร้อมที่จะให้เปิดลงทะเบียนเรียนในวันที่ 16 พฤษภาคม 2553 เพื่อเป็นการสนับสนุนกิจกรรมการเรียนการสอนวิธีเรียน กศน. รูปแบบการศึกษาทางไกล ซึ่งเป็นรูปแบบหนึ่งของวิธีเรียน กศน.
  13. 15 แผนการฝึกอบรมของแต่ละกลุ่มศูนย์ วิทยากรแกนนำแต่ละกลุ่มศูนย์ร่วมกันวางแผนการอบรมครู กศน. ของแต่ละกลุ่มศูนย์ โดยมีแนวทางดังนี้ 1 ดำเนินการอบรมให้แล้วเสร็จภายในเดือนมีนาคม 2553 2 ให้ระบุช่วงเวลาที่จะใช้อบรม สถานที่อบรม และวิทยากรในการอบรม ตามแบบฟอร์ม ที่กลุ่มพัฒนาการศึกษานอกโรงเรียนกำหนด แต่ละกลุ่มศูนย์ได้จัดทำแผนการอบรมแล้วผู้แทนสถาบัน กศน. ภาค นำเสนอแผนของแต่ละภาคต่อที่ประชุมใหญ่ ในส่วนของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีแผนการดำเนินงานดังนี้
  14. ปิดการอบรม นายอภิชาติ จีระวุฒิ เลขาธิการ กศน. ในการปิดการประชุม เลขาธิการ กศน. ได้กำหนดแนวทางในการดำเนินงานสรุปสาระสำคัญได้ดังนี้ 1 ขอให้แต่ละกลุ่มศูนย์ดำเนินการอบรมให้แล้วเสร็จภายในเดือนมีนาคม 2553 แต่ถ้ากลุ่มศูนย์ใด มีจำนวนครู มาก และไม่สามารถดำเนินการให้แล้วเสร็จได้ทัน ก็สามารถเลื่อนออกไปได้ แต่ต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จก่อนสงกรานต์ 2 ครู กศน.ทุกคนจะต้องมีความรู้ความเข้าใจ เกี่ยวกับหลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2553 และคน กศน. ทุกคน ต้องรู้เรื่องนี้ 3 ขอให้ช่วยกัน ติดตาม ประเมินผล การใช้หลักสูตรใหม่ในครั้งนี้ ว่ามีสิ่งใดบ้างที่ควรปรับปรุง 4 ทำอย่างไร จะมีการประชาสัมพันธ์ด้วยเอกสารสั้นๆ แผ่นเดียวให้นักศึกษาหรือประชาชนอ่าน แล้ว เข้าใจได้โดยง่ายว่า หลักสูตรใหม่เป็นอย่างไร และการเข้าเรียนหลักสูตรใหม่นี้ ต้องทำอย่างไรบ้างมีขั้นตอนอย่างไร5 ขอให้ดูแลเรื่องหนังสือเรียนให้มีความพร้อม ภาคเรียนแรกคงจะมีเฉพาะแบบเรียนของสำนักงาน กศน. เพราะยังไม่มีสำนักพิมพ์ใดส่งต้นฉบับมาให้ตรวจสอบ

1 ความคิดเห็น: